![]() |
|||
เดินตามหาหัวใจ.............แห่งความฝัน |
|||
เรื่องที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงทุกอย่างครับ .....เป็นประสบการตรงจากพี่เว็บมาสเตอร์เอง |
|||
| ครั้งหนึ่งเคยเป็นแบบน้อง....ทุกคนไม่ดิ ตำกว่าด้วยซ้ำ อยากจะเป็นแรงใจแด่ผู้ที่ มีฝัน..........ฝันอันสูงสุด.... | |||
| พี่เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่งครับ น้อง บ้านที่ อยู่ ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ติดกับเทือกเข้าตระนาวศรี ไม่ห่างกับชายแดนมาก..ห่างจากตัวเมืองประมาณ 60 - 70 กิโลเห็นจะได้ พี่เป็นเด็กน้อยคนหนึ่งที่ ไม่ค่อยรู้อิโหน่อิเหน่ กับเขา เท่าไร มีอะไรก็เล่นไปตามประสา ตอนเป็นเด็ก จำได้ว่าเล่นยิงนกตกปลาไปเรื่อย พี่เรียนอนุบาลแถวบ้าน เรียกว่าศุนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้านด่านทับตะโก ....และแม่ก้มาฝากไว้ที่ รร ประจำตอนป 1 ที่ รร ดรุณา ราชบุรี เป็นเด็กประจำ อยู่ สาม ปี ก็ออกมาเป็นเด็กไปกลับ ตอนนั้นคิดว่าที่พ่อแม่ให้ไปอยุ่ประจำ คิดว่าท่านคงอยากดัดนิสัยเรา แต่ที่ใหนได้ ................เมื่อโตขึ้นจึงได้ทราบว่าว่า ท่านไม่มีเวลาให้เรา เพราะท่านต้องเข้าไร่ ทำงาน พ่อของพี่ทำไร ครับ แม่ขับรถเมย์ รับจ้างครอบครัวฐานะธรรมดาถึงจนเลยก็ว่าได้ | |||
|
หลังจากนั้น ป 4 - 6 ก็ออกมาไปกลับ รถประจำ ระหว่างตัวเมืองกับ บ้าน .....(รร.ดรุณาราชบุรี อยู่ในเมืองครับ) ทุกวันจะต้องออกมาคอยรถประจำ ที่มารอรับหน้าโรงเรียน และที่หน้าโรงเรียนจะมีขนมขายเยอะมากๆ น้องคงนึกภาพออก ในช่วง ป 6 พี่เคยเป็นหัวหน้าสารวัตรลูกเสือครับ เวรวันจันทร์ ที่ทุกเช้า จะต้องมาโบกรถให้น้องๆ และวิ่งตามริบ ไพ่(สติกเกอร์ ดราก้อนบอล) ซึ่งในชีวิตของ ประถมเชื่อแน่ว่าหลายๆคนคงเคยเล่น การเล่นเขี่ยไพ่ ตอนนั้น ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงคือ โดนริบนั้นเอง ในช่วงนั้นมันมากเพราะว่า มันเหมือนกับการวิ่งไล่จับ ขโมย หรือโจร โดยเราเหมือนตำรวจ ที่ทำหน้าที่ ในการ จับคนร้ายหรือ คนกระทำผิด มีเครื่องแบบที่ภาคภูมิใจ คือชุดลูกเสือ ติดปลอก แขนสีแดงประจำวันจันทร์ จนกระทั้ง.ปลายเทอม พี่เอง......................ไม่รู้เรื่องกับเค้าเลยว่าจะไปเรียนต่อที่ใหน อย่างไร จนกระทั้ง จะจบป หก เพื่อน....แห่กันไปสอบเข้า รร ชายประจำจังหวัดชื่อว่า รร .เบญจมราชุทิศ ราชบุรี ซึ่งยากมากๆครับ ใครเข้าได้ถือว่าสุดยอด |
|||
และพี่เองก็ไปสมัครสอบมั่งครับ แต่พี่มีความสามารถพิเศษด้านดนตรีไทย อยู่ก่อนแล้ว เค้ารับสมัครความสามารถพิเศษ ดนตรีไทย เลยลองไปสอบดูเล่นๆ สอบติดเฉยเลย เลยได้อยู่รร เบญจมราชูทิศ ดีใจมากๆ และอยู่วงดนตรีไทยทั้งที่ฝีมือไม่เท่าไรแต่เรา เล่นได้หลายอย่าง...เลยอยู่วงดนตรีไทยนักเรียนโควต้าพิเศษ ช่วงระหว่าง. ม.1 ม 2 นั้น พี่ได้เที่ยวตามประสาวัยรุ่นห้าว ๆไปเรื่อย ตั้งแต่ แข่งรถประกอบ กระเป๋าหนีบที่ไม่มีหนังสือ รถซิ่ง บุหรี่ ที่เพื่อนมาให้ลอง เหล้า หนังสือโป ต่อยตีเค้าไปทั้ว อวดสาว....แต่ขอโทษครับ รร เบญที่พี่อยู่เป็น รร ชายล้วนครับ เลยไม่มีสาวๆในตอนนั้นไม่รู้หรอกความรักเป็นเช่นไร ได้แต่ใช้ชีวิต ..เด็กม ต้น ..........ไปเรื่อย พี่ชอบเล่นบาสครับ จนเป็นตัว รร เบญ และนักกีฬาหลายๆอย่าง.....มีแรงจุงใจตรงความเท่นี่ละครับ............นักกีฬาสาวชอบ สาวราฏชโบริกา (รร หญิงล้วน) เมื่อเราแข่งกีฬาประจำจังหวัดชนะ จะได้เหรียญเท่มากๆๆๆ...ครับ ..................เรื่อยๆไปวัน ..........การเรียนเหรออย่าให้พูดครับลอกคีย์ไปวัน...........ไม่ได้สนใจ ..........อะไร มากมาย อยากเรียนเทคนิคเหมือนพี่ๆแถวบ้าน ซึ่งตำบลผมเนี่ยมีคนสอบเข้าเบญได้คนเดียว ถือว่าเก่งมากๆคือผมเอง ยิ่งสอบเทคนิคได้ในสายอาชีพถือว่าสุดยอดครับ ........ เลยอยากเรียนเทคนิคช่างไฟฟ้า ......ไม่ก็อีเล็กทรอนิค (ตอนนั้นไม่รุ้จิง...ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เกรดเฉลี่ย 2.2 เอง คณิต วิทย ไม่ต้องพูดถึง ไม่รู้เรืองเลย เพราะเพื่อนให้ลอก การบ้านทุกวัน ในห้องสอบยังลอกเลย จดโพยแล้วโยน.......................................จนในที่สุด เย็นวันหนึ่ง เตี่ยผมก็มาถามผมว่าอยากเป็นอะไร ผมก็บอกไปว่าไม่เข้าเทคนิคก็ต่อ วิศวะ(แล้ววิศวะคืออะไร ตอนนั้นมีคนบอกว่ามันเป็นอาชีพที่เงินดีมากๆๆ)เพราะดันมีละครเรื่องที่ พระเอกเป็นวิศวะ กร รวยมากๆ แต่พ่อก็มาบอกว่าถ้าเป็นนายร้อย สามพรานได้คงดี.................(นายร้อยคืออะไร วันนั้นจำได้ ว่า ตอนม 2 เทอมสอง) มันเป็น คำพูดที่ดูเท่มากๆ ครับ นาบร้อยสามพราน แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไร ... |
|||
| และแล้วน้นเองคือจุดเริ่มต้น ..........อีกสองอาทิตย์ต่อมาในชั่วโมง ซ้อมกีฬาสี ระว่างนั่งรอทีมบาส ออกนั้นเอง มีชายชดขาว และชุดกากีคอแบะ ห้อยกระบี่สั้น(ตอนนั้นไมรู้หรอกว่ามันคืออะไร .............สุดยอด เค้ากำลังเดินอย่างสง่างามหลังตรงดิ่ง เหมือนคนละชั้นกับพวกผม เดินผ่านต่อหน้าต่อตาท่ามกลางสายตานับพันคู่ที่ชายสองคนนี้เดินผ่าน ...............มันแทบทำให้หัวใจผมหยุดเต้นเลยทีเดียว...........เปี้ยะ ........อย่าฝัน หน้าอย่างมึงอะอย่าฝัน แค่เทคนิคก็ดีแล้ว ............เพื่อนผมหยอกเล่น...........นี่ใครวะผมถาม .........อ่าวนักเรียนนายร้อยตำรวจไง..........ไม่รู้เหรอ | |||
| ผมอึ้งไปพักใหญ่ ......ได้แต่เฝ้ามองดู ว่าเมื่อไรเค้าจะออกมา..........จากห้องแนะแนว.............ภาพในวันนั้นทำให้เด็กชาย ม.สองกลับไปนอนฝันไปหลายวัน มันค้างคาในจิตใจ..........จนไม่สามารถลบออกไปได้ ........ | |||
| มาอีกแล้ววันนี้มีมาอีกแล้วแต่วันนี้เป็นชุดรัดรูป เสื้อสีขาวกางเกง ขี้ม้า( นักเรียนเตรียมทหารนั่นเอง) ตอนนั้นยังไม่รู้หรอกครับว่าเค้าคือใคร |
|||
| แต่รู้สึกว่าใจ มันเต้นอีกแล้ว ....เต้นแบบ.รู้สึกว่า พวกเข้า นตท.เหล่านั้น นั้นหละคือ สิ่งที่ผมอยากจะเป็นเหมือนเค้า แต่ผมไม่ทราบหรอกว่าเค้าคือนักเรียนเตรียมทหาร | |||
| ชั้นปีที่ 1 .....พวกเค้าเดินมากันสามคน มาที่ไต้ตึกเรียน ......และถอดหมวกออก โห.........หัวเกรียนตัวดำ .....เหมือนโล้น ตัวตลก ดีๆนี่เอง น่าเกรงขาม หน้าตานึ่งๆ ยืนตัวตรงถือกระเป๋าสีดำๆ(กระเป๋าเจมส์บอน) ยืนคุยกับอาจารย์ ผมเห็นพี่คนหนึ่งเดินมาโทรศัพย์ที่ตู้เลย ตัดสินใจเข้าไปถาม.....พี่ครับพี่เป็นใครเหรอ .....พี่เป็นนักเรียนเตรียมทหาร เหล่า นายร้อยตำรวจ ครับ............พี่ครับแล้วทำไงถึงจะได้เป็นแบบพี่ .........อ๋อน้องต้องจบ ม.4 สายวิทย์ คณิต แล้วเอาวุฒิ ม.4 ไป สมัครสอบดู ...........(สมัยก่อนเรียนเตรียมสองปี เพิ่งมาเริ่มสามปีเมื่อสามปีที่ผ่านมา ใช้วุฒิ ม 3) | |||
ข้อมูลเพียงเท่านี้ ก็ทำให้ผมดีใจมากๆๆ...จนบอกไม่ถูก ...............ตั้งแต่นั้นมา พฤติกรรมของผมเปลี่ยนไป เริ่ม ที่จะเป็นเด็กมีเป้าหมายในชีวิต ผมเกิด มา เพื่อสิ่งนี้.........................................ความฝันอันสุงสุด ทุกๆวันผมจะไปที่ห้องจดหมาย.ดูว่ามีเอกสารเกี่ยวกับการสอบเตรียมทหารหรือป่าว เพราะ ทุกๆๆวันจะมีจดหมายมาที่ รร เบญจม..และหนังสือโบชัวแนะแนว........และมีอยู่วันหนึ่ง ครับ มีโบชัวสอบเข้าเตรียมทหาร มาที่ รร...เป็นรูปภาพตอนสวมแหวนการสอบเข้าเตรียมทหาร เชิญชวนให้ไปเรียน แต่เค้ารับ ม4 ครับ พี่เองซึ่งตอนนั้นเป็นเด็กน้อย ที่มีความฝัน เริ่ม ศึกษาหาข้อมุลต่างๆ สมัยนั้นไม่มีอินเตอร์เน็ต ข้อมูลต่างๆจึงหายากมาก...เริ่มหาลู่ทาง เริ่มมีความฝัน ผมเก็บโบชัวอันนั้นไว้อย่างดี......(ทุกวันนี้ยังเก็บไว้ครับ)..............พร้อมกับตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า จะต้องสอบเป็นนักเรียนเตรียมทหารให้ได้ ......และต้องเป็นนายร้อยตำรวจด้วย ปัจจัยการที่อยากสอบ นตท...คือ อันดับแรกคือมันเท่มากๆๆครับ ถ้าเป็นแล้วคงจะเท่น่าดู เครื่องแบบที่ใครๆอยากใส่ และ เป็นอาชีพที่มั่นคง มันทำให้ดูดีอย่างไรก็ดูดี และก็ มีคำนำหน้าว่า นตท หรือ นรต ......ตอนนั้นคิดแค่นั้น แต่ที่อยากได้เหล่าตำรวจ เพราะว่า .........เตี่ยของผมเคยโดนตำรวจรีดไถเป็นประจำ และผมก็โดนตำรวจแกล้งตอนเป็นเด็กเลยคิดที่อยากแก้แค้นเอาคือ........งงความคิดตอนนั้นนะ |
|||
มัธยมศึกษาปีที่สาม เป็นปีแห่งหัวเลี้ยวหัวต่ออย่างแท้จริงตอน ม 3 ผมจะไปอยู่กับเพื่อนกลุ่มใหม่คือกลุ่มที่ซี้ที่สุด ตั้งแต่เรียนมา ครั บคือ ม3/7 เป็นเพือนที่ผมรักที่สุดและซี้ที่สุตั้งแต่มีเพื่อนมา ทุกวันนี้ยังคบกันอยู่ไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ แต่เพือนของผมเรียนไม่เก่ง เท่าไร เลยต่างคนต่างหาหนทางของตัวเอง บ้างไปเรียน ในช่วงม.3 พวกผมเอง ถือว่า เป็นห้องเรียนที่ มีทีมบาส ที่เก่งที่สุดในสาย ม ต้น มีคนเกือบดัง้ ได้ สาม คนเหนะ ...เหอะๆ ทุกวันเรา จะเล่นบาสเสร็จจะรีบออกจากโรงเรียนเพื่อไปเล่นบาสต่อที่ สนามหีฬาเขต 7 (สนามกีฬาสาธารณะที่ไกล้กับ รร สตรีประจำจังหวัด ) ไม่ก็ขับรถมอไซด์ ของเพื่อนร่อน ไปเรื่อย บางวันก็ไป เดินเล่น ...ที่ ในตลาด บางวันก็ซ้อมกีฬา แต่ผมไม่กินเหล้าสูบบุหรีนะ ในช่วงม. 3 สิ่งที่จะเบื่อมากๆๆ คือ ช่วยพ่อซ่อม รถ สิบล้อ ถอดยางซ่อมเครื่อง ที่บ้าน ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่า ทำไมต้องทำเพราะมันเป็นอาชีพของเตี่ยหรือป่า ว แต่ที่ทำเพราะ เขาใช้ ให้ทำ บางครั้งก็น้อยใจไม่อยากทำ อยากไปเที่ยวเล่น แต่ก็ต้องทำ เพราะ พ่อดุมากๆ น่ากลัวสุดๆ ด้วยความที่งาน ที่ทำเป็นงานที่ใช้แรงงานมากๆ เหนื่อย วันหนึ่งผมได้รับโบชัวเกี่ยวกับการเรียน กวดวิชาที่ สถาบัน กวดวิชาแห่งหนึ่ง จะไม่ขอเอ่ยชื่อละกัน มันมีคอร์ส ที่ให้นักเรียน ม .3 ต่าง จังหวัด มาเรียนต่อ ม 4 ในกทม และเลือกสถาบันี้เป็นที่กวดวิชา เรียนทุกวันเรียนทั้งปี เรียนจากที่ รร แล้วก็จะกลับมาติวที่ รร กวดวิชานี้อีก ...........และนี่ละครับคือจุดเริ่มต้น ของชีวิต ที่ เด็กน้อยคนหนึ่งที่ไม่รุ้ชีวิต..............
หาเป้าหมาย ของเรา ให้เจอแล้ว ลุย..............เลย
|
|||
| เมือ่เอาโบชัวไปให้พ่อดูพ่อ เอาไปดู ผมบอกพ่อว่าอยากเรียนที่ นี่ ............มากๆ และผมก็เข้าห้องนอนผมไปรอคอยคำตอบ ให้เตี่ยพิจารณา (ผมกับพ่อไม่ค่อยคุยกันเท่าไร เพราะพ่อเป็นคนเงียบๆ แต่ถ้าอารมดีก็อารมดีน่าดูเลยเหละ ใจกว้าง มากๆๆ) จนกระทั้ง เย็นวันหนึ่งระหว่างการ รับประทานอาหารมือเย็น ของครอบครัวของผม พ่อเริ่มมาพูดคุยว่า มันแพงมาก พ่อคงไม่มีเงินส่งให้ไปเรียน .....ตอนี้เงินมันชอต .........ซึงผมเองเข้าใจดี ครับ (เศรษฐกิจปี 40 ฟองสะบู่แตก) พ่อบอกว่าเก็บเงินไม่ได้ ................................ | |||
| ใน ค่ำคืนนั้นเอง ความฝัน ของลูกผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งถือ ว่าเข้าได้เลือกทางเดิน เส้นนี้แล้ว ความฝันที่ สูงสุด ......กำลังจะมอดลงแล้ว เพราะพ่อไม่มีเงิน แม่ของผมเองได้แต่เป็นกำลังใจ ให้เท่านั้น .............ผมคงหมดหวังแล้วละ เพราะผมเองเป็นคนเรียนไม่เก่ง สู้พวกเด็กห้องคิงไม่ได้ ........... คำคืนนี้ เลยได้แต่นอนร้องให้เสียน้ำตาของลูกผู้ชายคนนี้ บนเตียงเงียบๆคนเดียว การเป็นนายร้อยคงเป็นเพียงความฝัน ลมแล้ง........งจะหวังอะไรกับเด็กบ้านนอกอย่างผม เรื่องการไปเรียนต่อที่เทคนิค มันเหมือนกับลบไปจากความคิดผมเลยก็ว่าได้ ตอนนี้ ในกัวมีแต่เตรียมหทารหรือนายร้อยเท่า นั้น ทุกๆวันผมจะไปที่ห้อง จดหมาย คอยเก็บโบชัวต่างๆที่เค้าส่งมา โฆษณา ให้ไปเรียนที่ ต่างๆ เก็บแล้วเก็บเล่า มันมีความสุขมากทีได้เห็นโบชัว เตรียมทหาร ว่า รร ของเข้าทำอะไรกัน อยากไปเรียนที่นั้นบ้าง ทุก.....วัน จริงๆ ๆที ่ไปเก็บภาพเตรียมทหาร มันคงเป็นเพียงความฝันของเด็กผุ้ชายอย่างผม ...................... |
|||
| เนื่องจากตอนนี้ทางครอบครัวของผม นั้นด้านการเงินไม่ค่อยดี ............บวกกับ ไกล้จบ ม3 แล้วจะไปเรียนต่อที่ใหนดี นะ เพื่อนชอบถามผมแบบนั้น ว่าไปเรียนต่อที่ใหน บางคนก็ไปเทคนิค บางคนต่อ ม4 บางคนออกมาทำงาน แต่พวกผมมักจะมองเด็กห้องเก่งว่า มันเก่งให้มันเรียนไป ......ไม่ค่อยชอบเท่าไร พวกมันถือว่าเก่ง ชอบมาดูถูกห้องม้ายๆอย่างพวกผม ซึ่งเป็นนักกีฬา......... | |||
| คนเราเลือกที่จะเกิดไม่ได้ ..................แต่เราเลือกที่จะเป็นได้
|
|||
| ...................วัดใจ แล้วอาทิตหน้าจะเป็นวันจบของพวกผมเด็ก ม 3 เทอมสุดท้าย ชายล้วน ...........ผมตัดสินใจแล้วว่า จะไปคุยกับเตี่ย.. ผมตื่นเต้นมากที่จะเข้าไปคุยกับแก | |||
| ......วันนี้แก นั่งดูทีวีคนเดียว อยุ่ที่ โซฟา ............ผมเดินเข้าไป หา ................เตียครับ คือ เรื่อง ที่ จะไปเรียน ต่อเตียจะว่าไงครับ เตีย...........อืม....ตอนนี้เตียยังชอตอยู่ แล้วไอหนู อยากจะเลือกทางนี้จิงๆใช่มั้ย .....................ผมบอกว่า ครับเตีย ...............ถ้าเตียจะหาเงินให้ผมได้มั้ยครับ ตอนนี้ผมก้มีเงินเก็บอยู่ 8000 บาท (ทุบจากออมสินเมือคืน ....เตียพอจะหาสมทบให้ผมได้มั้ยครับ .............ผมสัญญา ผมจะต้งใจเรียนให้ดีที่สุด .....ถ้าสอบไม่ติดผมจะลาออกจากโรงเรียนมาช่วยเตี่ยทำงาน.............ผมขาดเงินอีก หลายหมื่น บาท ลงเรียนคอร์ส เด็กประจำตลอดปี เรียนติวทั้งปี และเรียนที่ กทม รนวมค่าอาหารด้วย ....หมายความว่า ผมจะต้องไปเรียนที่ กรุงเทพ และไปกวดวิชาที่ ตลอดปี จะต้องย้าย รร ไป ใน กทม ซึ่งเป็นครั้งแรกของชีวิต.ของผม ที่เข้า กทม และมาใช้ชีวิต ....นักเรียน ในกทม .............. |
|||
| เตียบอกว่าถ้าเงินออกทน เตี่ยจะส่งให้ ถ้าออกไม่ทันจะไป กูยืมเค้ามาให้.....................เท่านั้นและครับ หัวใจพองโต คับตัวไปเลย ความดีใจสุดซึ้ง ..............เตี่ยกับแม่ครับ ผมจะทำให้ได้ จะไม่ให้เสียเงินฟรี ................... | |||
| เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดียวในตอนนั้นครับ ซึ่ง น้องๆ หลายๆ คนทีได้ฟังจากใครมา อาจจะดูเหมือนสอบ ได้ง่าย แต่ที่น้องๆกำลังอ่านอยู่ นี้ คือชีวิตจริงของพี่ครับ พี่เพียงเด็กบ้าน นอก ธรรมดาคนหนึ่ง....................ที่กำลังบจะเข้าสู่เมือฟ้า ด้วยศรัทธาที่เชื่อว่าเรา จะทำได้ เพราะพี่ไม่ใช่คนเรียนเก่งอะไร แต่พี่มีใจที่มุ่งมั่นครับ แม่เรื่องจิงในสังคมนักเรียนกวดวิชาเพื่อแข่งขันจะอีกอย่าง แต่ถ้าดูใจตอนที่ จะไปติดวและใช้ชีวิต ห่างไกลพ่อแม่แล้ พี่ยอมได้ ครั บและ มีแรงใจเต็มที่....ที่ พร้อมแล้วที่จะพชิญหน้า | |||
เด็กบ้านนอกสู้เมืองฟ้า เดินมาตามหัวใจ....จะมาตาม ความฝันที่ใฝ่หวังว่าต้องได้ดี |
|||
ผมจบ ม 3 เกรด เฉลี่ย 2.17 คงไม่ต้องถามว่าเกรดแค่นี้ เป็นอย่างไรบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ยังตอกย้ำในจิตใจผม คือ ผมต้องทำให้ได้ ต้องสอบติด นายร้อยตำรวจให้ได้ ผมต้องทำให้ได้ ถึงขนาดว่าถ้าสอบไม่ติดยอม ที่จะออกจากโรงเรียนไป ช่วยเตี่ยทำงาน ผมเลือกแล้ว......ผมศรัทธา
|
|||
และแล้ว พี่ก็มาถึงกรุงเทพจนได้ ที่......พี่มาติวนี้เป็นสถาบันกวดวิชาที่ชื่อว่า พรี คาเด็ท เซ็นเตอร์ครับ และ เรียนต่อที่ รร วัดมกุฏกษัตริย์ กทม หรือ ราชาขาสั้น ฉายา ผู้ใหญ่หลายๆคนแถวบ้าน ชอบมาว่าผมว่า หน้าอย่าเอ็งเหรอจะเป็นนายร้อยได้ คงมีแต่ในนิยาย ใครๆก็พูดอย่างนี้ กลายเป็นเรื่องขำขันกันในวงน้ำชาที่ผุ้ใหญ่ เค้าไปคุยกันเพื่อความสนุกสนาน กัน ความเจ็บใจกลายเป็นแรงใจที่ ทำให้ผมเอง ตั้งใจ จนแน่วแน่แล้วว่า ถ้าเราอยู่ ในชนบท นี้คงยากมากที่จะสอบเข้านายร้อยได้ เราเองก็ไม่มีเส้นสายที่ใหนมีแต่ แรงใจนี่ และ พ่อแม่ก็ใช่ว่าจะเป็นคนใหญ่คนโตอะไร เป็นเพียงลูกชาวไร่ธรรมดา****** เมื่อก่อนเค้าบอกว่ามีเส้นสายกันครับ จะเข้านายร้อยสามพราน ได้ต้องมีเส้น จะต้องไปฝากคนโน้นคนนี้ .......***************** แต่พอมาสัมผัส จิงพบว่ามันไม่มีเส้นสายหรอกครับ วิชาการล้วน................. ออ ลืมเล่าไปในช่วง ม3 ทุกเช้าก่อนที่ จะขึ้นรถเมล์ไป รร ในเมือง ผมจะตื่น ตีห้ามาวิ่ง ซัก 6 ถึง 7 กิโล ครับ เพื่อเเตรียมตัวเตรียมหร่างกาย ให้พร้อม อีกทั้งเตรียมแข่งกีฬาด้วย วิ่งไม่ได้วิ่งเปล่านะ ตอนนั้นจำได้ว่าวิ่งใส่ถุงทรายเพื่อถ่วงขาด้วย มันช่วยให้วิ่งเร็วขึ้นครับ วิ่งไปวิ่งมาเลยไปวิ่งมินิมาราธอนที่ จอมบึงซึ่งจัดขึ้นทุกปีวิ่งไปเรื่อยๆๆจน ถึงช่วงเวลาแห่งการปิดเทอม... การเรียนเริ่มขึ้นหลังสงกรานต์ พวกเราเรียนกับแบบเต็มที่กับเนื้อหา ม 4 ล่วงหน้า ก่อนเปิดเทอม เพื่อที่ว่า เปิด เทอมเราจะได้เรียนที่ รร วัดมกฏ กษัตริย์ ได้อย่างง่ายและมีเวลาไปเตรียมตัวอ่านหนังสือ สอบเข้าเตรียมทหาร ชีวิตที่นี้ จะต้องแข่งขันอย่างมากๆ ครับ ทุกคนเก่งกันทั้งนั้น ผมไปใหม่ๆต้องยอมรับว่าไม่รู้เรื่องอะไร เลย แต่แล้วด้วยแรงใจทำให้ตั้งใจเรียนและขยันมากๆ อ่านหนังสือ ถึงตี หนึ่งทุกวัน ตอนเช้าก็ตื่นแต่เช้าเพื่อ มาอ่านหนังสือต่อ เป็นเช่นนี้ ทำแบบนี้เหมือนกับว่ามันทำให้ความรู้เราเพิ่มมากๆแต่มันจะถูกวิธีรึป่าว ...นะ การเรียน ผ่านดำเนิน ไปเรื่อยๆๆ จากวันเป็นเดือน ความเบื่อเริ่มเข้ามา มีเพื่อนบางคนถอดใจหนีเที่ยวซะงั้น เพราะ ว่า พ่อแม่เข้าบังคับให้มาเรียนเพื่อสอบนายร้อย เมื่อใจเค้าไม่อยู่แล้วก็รู้ได้เลยว่า คงไปดีละ......การเรียนของพวกผมเริ่มไปได้คอสแรก ....เริ่มมีคนเบื่อ แล้ว ...และก็เปิดเทอม |
|||
| วันเปิดเทอม ที่ รร วัดมกุฏกษัตริย์ ทุกวันเราต้องตื่นตีห้าเพื่ออาบน้ำแต่งตัว ลงมาทานข้าว ถาดหลุม และขึ้นรถตู้ไป รร ....นักเรียนในค่ายที่ผมอยุ่นี้ มี 68 คนครับ ขึ้นรถตู้หลาย เที่ยวเลย จนเด็กคนอื่ นที่ รร นั้น เรียกพวกเรา ว่าเด็ก รถตู้ ซึ่งทุกเช้าเราจะมีรถตู้มารับมาส่งที่ รร นี้ทุกัน พอตอนเย็นก็มารับกลับไปยังค่ายติวเพื่อกวดวิชา กัน พักหลังจากเรียนจบและ เรียนตอนหกโมง ถึง สองทุ่ม จากนั้นก็พัก และเข้าก้องเรียนฝึกฝนตัวเองจนกว่าจะถึงเวลาเที่ยงคืนและบางคนก็ไปต่อข้างบนเพื่ออ่านหนังสือต่อ จุดเทียนคลุมโรงอ่านก็มี เมื่อผมมาอยู่ที่ นี้ต้องยอมรับว่า เหนื่อยกับการเรียนสุดๆ.... | |||
ถ้าอยากเก่งกว่าคนอื่น เราต้อง ขยันมากว่าคนอื่น..... |
|||
ช่วงเวลาผ่านไป แม้จะบรรยายให้น้องอ่านอย่างไรก็แล้วแต่แต่ก็ไม่มีใครเข้าใจ เพราะว่ามัน เป็นอะไรที่สุดจริงๆ ชีวิตนี้ไม่เคยเป็นเช่นนี้จริงๆ ที่เรียนหนักท้งที่ รร และกลับมาก็มาเรียน ทำโจทย์กันถึงตีหนึ่ง จำได้ว่าอาจารย์ที่มา สอนก็เป็นอาจารย์ที่ เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชา คณิต ฟิสิก เคมี อังกฤษ ไทย การสอน การตัดโจทย์ การคิดเร็ว สูตรลัด............สรุปใจความง่ายๆ คือ ...........ทำข้อสอบเยอะ ถึงเยอะมาก.................เมื่อก่อนเคยถามพี่ว่าต้องทำข้อสอบกี่ ข้อจึงจะสอบติด พี่ เตรียมทหารบอกว่า ทำซัก หมื่นข้อก็สอบติด ...............เหมือนจะง่ายเลย ข้อสอบ การเรียนดำเนินไป พอเริ่มอยุ่ตัวจะมีทั้ง พวก ตั้งใจ และไม่เอาอะไรแล้ว ส่วนผมเป็นพวกตั้งใจ แต่ บางเรื่องยังตามเค้ามะค่อยทัน ......พื้นฐานไม่ดีก็งี้เหละครับ ต้องพยายามกันหน่อย ผมไม่ย่อท้อแน่ๆๆ ตั้งใจเรียนและทำโจทย์อย่างเต็มที่ .........พอถึงช่วงสอบปลายภาค ก็จะมีการมาโชวผลคะแนนที่ รร ว่าใครได้เท่าไร มั้ง ต้องบอกตามตรงตั้งแต่เรียน มา ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ ตั้งใจเรียนที่สุด ทรมานที่ สุด เหนื่อยที่สุด สภาพที่ย่ำแย่ที่ สุด ไม่เคย จากบ้านมานานขนาดนี้เลย นี้ก็ ปาไป สี่ เดือนแล้ว ได้มาอยู่ที่ นี้ เพื่อนที่มาอยู่ที่นี้ ต่างก็มี ภูมิลำเนาต่างๆกันไป เหนือ ใต้ ออก ตก ต่างก็คิดถึงบ้านเกิดของตนกันทุกคน ...อยุ่มาสี่เดือนแลัวและหลังจากสอบครั้ง นี้ ..........ปลายภาค ม.4 เราจะได้ กลับบ้านกัน....
|
|||
เกิดเป็นไก่ต้องชน เกิดเป็นคนต้องสู้
|
|||
| เพื่อแม่ เพื่อฝัน เพื่อวัน นตท เพื่อ นรต คำๆ นี้ มักจะถูกเขียนใว้ที่ใต้เตียงสองชั้นที่ผมและเพื่อนๆ นอน กลอนที่เป็นแรงใจ เพิ่มกำลังใจ ซึ่งเป็นอะไรที่สำคัญมากกำลังใจและแรงใจนี่ละที่ทำให้ เด็กบ้านนอกอย่างผม ยืนอยู่ใด้ บางครั้ง ผมก็คิดถึงบ้านจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ....(เมื่อก่อนไม่มีโทรศัพย์เหมือนสมัยนี้ แค่ โทรศัพย์ กระดูกหมาก็หรูแล้ว) มีแต่เพจ และการเขียนจดมหายแทน.............. | |||
| ..กราบเท้าแม่ที่ รักและเตี่ย | |||
ตอนนี้ลูกสบายดีครับอยู่ที่นี้ เรียนกันหนักมาก ค่าใช้จ่ายก็เยอะตามไปด้วยครับ รร ใหม่ ที่นี้มีแต่ผุ้ชายครับ รัก แม่และเตี่ยมาก.... ลูกชายคนนี้ |
|||
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ก้าวเข้าสู่เทอมสอง ของการเรียน หลังจาก เข้าสู่คอส ตุลาคม ผ่านไป กำลังก้าวเข้าสู้ การเตรียมสอบช้างเผือกของเหล่าทหารอากาศ ซึ่งถือได้ว่าในตอนนั้น |
|||
| คนเก่งส่วนมากมักจะเห็นแก่ตัว คนเรียนไม่เก่งส่วนมากมักจะถูกมองว่ามึงเหี้ย |
|||
| และแล้วก้มาถึงเวลาแห่งการสอบช้างเผือก มาถึงแล้วพวกผมตื่นเต้นกันมากเพราะนี้คือครั้งแรกที่เราจะทำข้อสอบที่เค้าบอกว่าเหมือนข้อสอบ เตรียมทหารของเหล่าทหาร กาศจริง.....ใครสอบติดโครงการช้างเผือก หรือมีคะแนน เกิน ครั้ง 350 จาก 700 ถือว่าคุณผ่าน โอกาสสอบติดเตรียมทหาร มีสูงมาก และแล้วผมก็ไปสอบเข้า |
|||
| จนถึงเวลาเที่ยงและสอบช่วงบ่ายต่อ หลังจากสอบเสร็จพวกเรานั่งรถตู้กลับมายังค่ายติวที่เปรียบเสมือน บ้านหลังที่สองของพวกเราและผมด้วย | |||
ระหว่างทางเราต่างคุยกันถึงเรื่องข้อสอบสำหรับคนที่ทำได้ ผมก็คุย ว่าข้อนั้นก็ถูกข้อนี้ก็ถูก น่าจะได้เยอะ แต่แล้ว ไอข้อที่เราทำไม่ได้เราไม่ได้พูดถึง |
|||
| ผมว่ามันยากนะ ยากหวะ ยากจริง ความรู้ม 3 4 5 เลยเหละ ข้อสอบระดับแอดว้าน แต่ก็พอทำได้ น่า ในใจคิดอย่างนั้น ...จนกระทั่งเวลาผ่านไป | |||
| วันนี้เป็นวันที่คะแนนออก เหมือนประกาศผลสอบเลยละว่าใครติดไม่ติด เตรียม คนได้เยอะก็จะยิ้มร่าคุยกับเพื่อน บอกพ่อแม่ที่อยู่ห่างไกลได้อย่างเมามัน แต่ผมเอง ได้คะแนนน้อยมากๆ สองร้อยว่านิด ทำให้ท้อใจและอยการ้องให้เป็นอย่างมาก คะแนนช้างเผือกเป็นอย่างนี้จะสอบติดเหรอวะ | |||
| หลังจากวันนั้น หลายคนเริ่มหมดหวัง กาลเวลาทำให้คนเปลี่ยนไปจริง ๆ ทั้งที่มาพร้อมกันในช่วงแรกๆแต่แล้ว การสอบครั้งนี้ เหมือนกับว่าคนที่สอบได้จะเป็นการจุด ประกายความฝันว่า ไกล้จะถึงฝั่งฝันแล้วนะ แต่คนที่สอบช้างเผือกไม่ติดนี่สิ แทบ สิ้นหวัง หมดพลัง น้องๆที่อ่านเคยรู้จักคำว่า เซ็งโนโลกมั้ย อาการมันแบบวืดๆ อยากจะบ้าตาย คิดว่าเราอยุ่ไปเพื่ออะไร เรามาทำอะไรที่นี่ เบื่อหวะ เรียนไปก็เท่านั้น นั่งเหม่อลอยมองดูดาวที่อยู่บนฟ้าและแสงสี แดงยามค่ำคืน เรามาทำอะไรกันที่นี่หว่า นี่ละคืออาการเบื่อโลก ที่ใครมาเรียนที่ กรุงเทพหรือตั้งใจมากๆแบบพี่ จะรุ้เองว่าชีวิตนี้ ที่นี่คือสุดๆๆ เพราะ พี่เอง ทิ้ง บ้านทิ้งเพื่อน ทิ้งความสนุก |
|||
| ทิ้งความเฮอา ทิ้งทุกอย่าง จากพ่อแม่ มาเพียงเพื่อ ตามหาความฝัน ..............เหล่านั้น ที่เราเรียกมันว่า นักเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน | |||
| วันเวลาผ่านไป ผมเองพยายามบันทึกและตั้งหน้าตั้งตาเรียนต่อไป จนวันหนึ่งมีพี่ นายเรืออากาศเอาไดอารี่มาขาย เพียงแค่ได้เห็นรูปเครื่องแบบ และการฝึก มันก็ทำให้ใจมีแรงใจขึ้นมากๆ ตอนนี้ก็เดือนธันวาแล้วอีกไม่นาน ก็จะ ปีใหม่ เราก็จะได้กลับบ้านไปเติมแรงใจ หลังจากที่เราจากบ้านมานานหลายเดือน | |||
| พักเบรคแด่แรงใจคนช่างฝัน | |||
อุปสรรคขวากหนามที่ขวางกัน
จงฝ่าฟันไปให้ไกลได้ตามหวัง แม้เหนื่อยล้าจงสร้างเสริมเติมพลัง คนข้างหลังแม่พ่อเฝ้ารอเรา ความสำเร็จข้างหน้ารอเจ้าอยู่ จงไปสู่หลักชั้ยไม่ขลาดเขลา จงตั้งมั่นฟันฝ่าอย่ามัวเมา เพื่อตัวเจ้าสมหวังอย่างตั้งใจ ความลำบากจะทำให้เจ้าสู้ ให้เจ้ารู้หนทางไม่สดใส จงอดทนตั้งมั่นสู้ต่อไป เพื่อหัวใจของเจ้าที่เฝ้ารอ ความภูมิใจมากล้นจะบังเกิด สู้ไปเถิดอย่ากลัวอย่ามัวหงอ เตรียมความพร้อมของเจ้าให้เพียงพอ เพื่อแม่พ่อดีใจในบั้นปลาย.... |
|||
| เวลาได้เลือนผ่านไปอย่างไม่มีคอยใคร ได้แต่ผ่านไปเรื่อย .....อีกไม่นานก็จะสอบเตรียมทหารแล้ว และวันนี้เองก็ได้รับใบสมัคร สอบของทั้งสี่เหล่าทัพ เราทุกคนในค่ายต่าง กรอกใบสมัครกันอย่างขมักเขม้น ดีใจที่ได้ใบสมัครมาแล้ว แต่พออ่านดู คนที่สอบเล่นๆอาจจะหมดกำลังใจเลยก็เป็นได้ |
|||
![]() |
|||
| แด่แรงใจคนช่างฝัน ซักวันจะเป็นของเจ้า | |||
| อีกไม่กี่วันจะสอบปลายภาค ม 4 แล้ว ผม ก้ยังตั้งใจอ่านหนังสือ อยู่เหมือนเดิมแต่ดูเหมือนว่ามีพวกที่ถอดใจ สู้ไม่ใหว หลายคนบางคนก็ออกเที่ยว กลางคืน เริ่มติดสาวกันแล้ว บางคนก็ท้อใจ กับสิ่งที่ผ่านมากัโครงการช้างเผือก ที่มีผุ้ผ่านเกณไม่ถึง สิบคน เองจากเด็กทั้งค่าย รวมทั้งผมด้วยที่ไม่ผ่านแถมคะแนนยังไม่ค่อยดีอีกแต่นั้นไม่ใช่บทพิสูจน์ ทุกอย่างของชีวิตเด็ก กวดวิชา ม4 ที่ละทิ้งทุกอย่าง มาที่นี่เพื่อความฝันกัน ทั้งนั้น ............วันนี้ก็ยังคงเป็นการเรียนในคอส ก่อนคอสสุดท้ายเหมือนที่ผ่านๆมาคือเรียนวิชา ที่เกี่ยวกับการสอบเข้า ในเนื้อหา ม 4 ทั้งหมด แต่ได้เริ่มอ่านหนังสือมากขึ้น บางวันก็ไปวิ่งที่สวนจิตรลดาที่อยู่ไกล้ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเตรียมการสอบเข้า รร ตท สอบทั้งรอบแรกและรอบสองทั้งร่างกายและพละ แต่ที่น่าห่วงคือ รอบแรก ภาควิชาการ ที่ ถ้าไม่ผ่านรอบแรกก็จะไปสอบรอบสองไม่ได้ ........หมายความง่ายๆๆคือ ถึงน้องๆจะหน้าตาดีหุ่นดี หรือนักกีฬาโรงเรียนอย่างไรแล้วแต่ แต่ถ้าโง่เค้าก็ไม่เอา เหมือนกัน ............ |
|||
|
|||
| กับชีวิตที่ต้องก้าวเดิน บางครั้งก็ท้อเกินจะทนใหว |
|||
วันสอบเข้า เตรียมทหาร นั้นสอบไม่ตรงกันซักเหล่า ฉะนันมีสิทธี่จะสอบสี่เหล่า ในช่วงคอสมีนานี้เป็นคอสที่ ทาง รร กวดวิชาจะรับเด็กจากที่ต่างๆเพื่อมาเรียนกวดวิชาเพื่อสอบ |
|||
| เชษ เล่าว่า ที่หอครูวรรณ เป็นห้องแถวเล็กๆ ที่อยู่ในตัวเมืองนครสวรรค์ มีนักเรียนประมาณ 40 คน มาเรียนกับแกโดยแกไม่ได้โฆษณา เลยแม้แต่น้อยได้แต่ รบเด็กที่มาเรียน เชื่อมั้ยว่าเด็ก ที่มาเรียนกับแก ล้วนแล้วเป็นเด็ก โง่ๆทั้งนั้น เกรดไม่ถึง 2.0 กันเกือบทุกคน โครตโง่ ผมก็ไม่ค่อยเชื่อพิเชษเท่าไร ได้แต่คุยกันสนุกสนานตอนนั้นไม่คิดอะไรได้ แต่หลอกถามสุตรต่างๆ ซึ่งผมไม่รุ้หรอก ว่าแกคิดได้อย่างไง แต่ แกคิดไวมากคิดแบบแปลก จู่ๆก็มองโจทย์ตอบ ทำผมอึ้งไปหลายครั้ง | |||
| และแล้วก็มาถึงวันสอบ และก่อนสอบ ผมได้คุยกับเค้าอีกครั้งเค้าบอกว่า ถ้า มึงสอบไม่ติดมึงไปเรียนกับครูวัน แต่มึต้องดรอปเรียนนะ เพราะที่หอครูวรรณ เค้าให้ทุกคนดรอปเรียน ....................................ผมก็หวังไว้ว่า คงสอบติด เช่นนั้นเอง เราต้องสอบติดเข้าไปพร้อมกันสิวะ.............เออ | |||
| สู่วันสอบ | |||
และแล้วก็มาถึงวันสอบ เชื่อแน่ว่าทุกคนที่เคยสอบ และยังไม่สอบจะตื่นเต้นมากๆ ที่จะได้สอบ เมือ่เข้าไปห้องสอบเหมือนกับว่ามีโต๊ะสอบเป็นพัน ๆตัววางเรียงรายในห้องสอบ เพื่อที่ว่า จะสอบพร้อมกัน ออ ลืมบอกไปครับ ผมไปสอบ ที่สยามสอบ มหาลัย รามคำแหง ครับ ที่นั้นกว้างใหญ่มากและมีคนมาสอบยังกะมดเลยตอนนั้นดูแล้วว่าหลายแสนเลยทีเดียว โหคนอะไรจะมากขนาดนั้นกูจะติดป่าววะ แม่งเอ้ย รู้สึกสั่นกลัว เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ
|
|||
| ผมเข้าห้องสอบ และเริ่มทำข้อสอบของเหล่าตำรวจ เหล่าแรก เค้าให้ข้อสอบมาและแล้วก็เริมทำขึ้น ทุกคนในห้องกพันกว่าคนต่างตั้งหน้าตั้งตาทำข้อสอบ | |||
|
|||
| วันนี้ผม สอบ เสร็จก็ขึ้นรถบาสกลับ ค่ายติวด้วยความอ่อนเพลีย โอ้ย หมดแรงหวะเพลียเหนื่อยสุด ใครถามก็บอกไปว่า พอทำได้.....(ไอ้ที่ทำไม่ได้ละ) | |||
| และแล้วผมก็สอบ อีกสามเหล่าเสร็จ จากนั้นก็รอผลสอบเพราะทุกเหล่าจะประกาศผลสอบ ในวันที่ 15 เมษายน 2550 ของทุกปี | |||
ผมและพื่อนๆได้แต่รอลุ่นผลสอบทางอินตเอร์กันอย่างใจจดใจจ่อ มันน่าจะติดซักเหล่าเราเองก็ทำได้นี่หว่าแม่งขยันมาทั้งปี เพื่อสี่วันนี้เอง ถือว่าเราได้ทำดีที่สุดแล้ว |
|||
| นะผมอย่างไรก็ช่างมั้น แต่มันน่าจะติดซักเหล่าสิ | |||
| และแล้วก็ถึงวันประกาศผล | |||
|
ผมไปดูผลสอบทางอินเตอร์เน็ต ดูไปแล้วทำไมไม่มีชือ่วะ น่าจะติดซักเหล่า ดูแล้ว ขึ้นมาที่หนึ่ง เลย นายพิเชษ เสาแบน โหทำไมเก่งจังวะ เห้ยมีทุกเหล่าเลย |
|||
| อะไรวะเนี่ย ทำไม่มีชื่อกู ต้องมีดิ แต่มีคนบอกว่านี่เป็นผลอย่างไม่เป็นทางการ ต้องไปดูที่ รรรนายเรืออากาศ ให้แน่ชัด................... | |||
| ผมได้ไปดูที่ รร นายเรืออากาศในวันรายงานตัวที่เค้าจะรับรายงานตัวทั้งสี่เหล่าเลย | |||
|
ผลปรากฏว่าไม่มีชือ่ผม ทางบ้านผม แม่และเตี่ยได้แต่นอน รอฟังข่าวจากผม |
|||
| ผมพูดไม่ออกเลยไม่ รู้ว่าจะไปบอกแม่กับเตี่ยว่าอย่างไร ดี ..............น้ำตา คลอเบ้าในเบ้าตาของผม ได้แต่ ไปนั้งริมสนามฟุตบอลกับเพื่อนที่สอบไม่ติดด้วยกัน ..........เหอ ทำไงดีวะเพื่อนกูสอบไม่ติดหวะ กูทำให้พ่อแม่ผิดหวังหวะ | |||
ผมสอบไม่ติด ซักเหล่าเลย ครับ
ความจริงครับ เรียนคนที่อ่านนะครับ เหมือนกับว่า การสอบนี้ต้องติวเสมอไป ไม่ใช่นะครับ แต่เป็นวิธีการอ่านหนังสือที่ถูกต้องเท่านั้นเอง ไม่จำเป็นต้องไปติวให้เสียตังก็ได้ครับ มีหลายคนมากๆหลายหมื่นคนที่ไปติวแล้ว สอบไม่ติด เยอะเยะไปครับ อย่าเข้าใจผิด คนไม่ติวติดเยอะเยะไปครับ
|
|||
| ความรู้สึกในตอนนั้นมันสับสนมากไม่รู้จะทำอย่างไงดี ..........ว้าเหว่อยากฆ่าตัวตาย .....................ทำไมชีวิตเราเป็นอย่างนี้วะ................................ | |||
| ผมไม่รุ้จะโทรไปบอกแม่กับเตี่ยว่าอย่างไรมีแต่คนคอย คำตอบจากผม น้ำตาแห่งความผ้ายแพ้ ได้รินใหลออกมาจากเบ้าตาของผม น้ำตาลูกผู้ชายที่ผ้ายแพ้ ผมแพ้แล้วครับ | |||
| ผมโทรไปหาแม่ ด้วยน่ำเสียงเศร้าๆ แม่ ผมสอบไม่ติดครับ แม่ เสียงแม่เงียบไปพักหนึ่งๆ แล้วก็พูดขึ้นมาว่า . ............ไม่เป็นไรลูก หนูทำดีที่สุดแล้ว แม่ปลอบผม แต่ผมยังสอึกสอื้นอยู่ ด้วยความเสียใจ ผมอายคนแถวบ้านมากๆ ที่ใครๆก็พากันคุยว่า ผมมาติวเข้านายร้อย เสียตังไปแสนกว่าสอบเข้าได้แน่ แต่แล้ว ผมทำไม่ได้ผมไม่มีหน้ากลับไปพบหน้าใครอีก ............................................... |
|||
|
ผมได้มีโอกาศไปเจอพี่พิเชษ เสาแบน ที่เค้ามาที่ ค่ายติวของผม อ่าวไอบอล ติดกี่เหล่าวะ...............ไม่ติดเลยหวะ ...........ผมบอกไปเช่นนั้นและพี่หละ ติดที่ 3 ตำรวจหวะ โหจิงดิ โครต เก่ง พี่เค้าบอกผมว่า มึงไม่ต้องเสียใจ คนอย่างมึงเกรดอย่างมึงไปเรียนหอครูวรรณ ติดสบายอยู่แล้ว
|
|||
แกเล่าให้ผมฟังว่า หอครูวรรณ อยู่ที่ จ.นครสวรรค์ อยู่ในเมือง ครูวรรณ เป็นครูผู้หญิง สอนคนเดียวทุกวิชา โดยแกจะรับผิดชอบเรื่องการสอนทั้งหมดและอีกคนคือ อ.เทิน จะรับผิดชอบเรื่องดูแลเด็ก และพละศึกษา หอครูวรรณเป็นบ้านชั้นเดียว มีสี่ชั้น และเด็กทุกคนที่มาเรียนกับแก ต้องดรอปเรียน มาทั้งสิ้นพูดง่ายๆว่าทุบหม้อข้าวหม้อแกงมาเรียน แกคิด ปี ละ สี่หมื่นบาท อาหาร หากินจากร้านแถวนั้น เมื่อผมได้ยินดังนั้น จึงไม่รอช้า ไปตายเอาดาบหน้า ขอเบอร์และที่อยู่พี่พิเชษ ไปนครสวรรค์ ตามลำพังทั้งที่ไม่เคยไปมาก่อน ไปดูซิว่าไอ้ค่ายที่ว่ามันมีจริงหรือไม่ ไปดูด้วยตัวเอง เมือ่ไปถึงเข้าไปในซอย ตามที่ได้คุยกับพี่เชษ ได้เจอผู้หญิงแก่ๆคนหนึ่ง เลยเข้าไปถาม ขอโทษครับป้า หอครูวรรณอยู่ตรงใหนครับ ป้าคนนั้น บอกว่า ฉันนี่แหละครูวรรณ ท่าทางแกเหมือนผู้หญิงแก่ๆคนหนึ่งและตึกห้องแถว เลยได้นั่งคุยกับแกพักใหญ่ และบอกว่าผมสอบไม่ติด มาจาก ราชบุรี ครับ พี่พิเชษ เสาแบนแนะนำมาครับ เลยปรึกษาแกเรื่องย้ายมาเรียนที่นครสวรรค์ว่า อยากมาเรียนที่นี่ต้องทำอย่างไร แกบอกคำเดียวครับ เอ้งไปดรอปเรียนมา หรือจะลาออกก็ได้ ...............ซึ่งมันเป็นอะไรที่พูดยากมาก สำหรับการจะให้ดรอป สาเหตุที่ หลายคนไม่อยากดรอป ในช่วงมัธยม เพื่อสอบเข้าเตรียมทหาร 1. เพราะกลัวเสียเวลาเรียนไปหนึ่งปี มองอีกทีก็คล้ายๆ ซ้ำชั้นซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอายมากสำหรับมัธยม
หลังจากที่คุยกับครูวรรณเสร็จ ผมก็ลากลับไปที่กทม ในช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอม ช่วงสงกราน เลยกลับบ้านไปซะหลายวัน เริ่มชีวิตใหม่ ที่ หอครูวรรณ นครสวรรค์ |
|||
|
หลังจาก วันนั้นวันประกาศผลสอบ ซึ่งผมสอบไม่ติด เตียและแม่เสียใจมาก และผมร้องให้ไปหลายวัน ทำไมผมสอบไม่ติดทั้งๆที่ ได้ขยันทั้งปี ทำโจทย์ตลอดทั้งปี สิ่งหนึ่งที่ผมได้รับคำตอบจากพี่พิเชษ เค้าบอกว่า ที่พวกมึงเรียนและค่ายติวต่างๆ เค้าสอนกันอะ มันผิดวิธี มันเป็นการสอนที่ผิดวิธี มันเป็นธุรกิจไปหมด เค้าทำเพราะธุรกิจ ให้นักเรียนมาเรียนเยอะๆ เช่น คนเรียน ห้าร้อยกว่า คน แต่เด็กสอบติด ร้อยกว่ารอบแรกและรอบสอง ติด ห้าสิบอะไรทำนองนี้ ...............................ไอ้พวกนั้นมันเก่งด้วยตัวเองไม่ใช่ค่ายกวดวิชา มันเก่งมาก่อน แต่หอครูวรรณ เค้าสอน ขี้ดินให้เป็นดาว...................สอนด้วยใจ เด็กเลยติดเยอะ .........การสอบเข้าหรือการติวต้องมี แผ่นการ ต้องวางแผน ไม่เช่นนั้น ยากนักที่จะสอบติด ส่วนแผนจะเป็นอย่างไรนั้น มึงไปลองเองแล้วจะรู้ เชื่อกรู พี่เค้าบอกยังงี้ สิ่งดีๆๆจะเกิดขึ้นกับมึง |
|||
| หลังจากนั้นผมจึงชวนเพื่อ คนนึ่งที่ มีความฝันเช่นเดียวกันไปดรอปเรียนด้วยกันที่นครสวรรค์ ซึ่งเค้าก็อยากที่จะสอบเข้าให้ได้เหมือนกัน แต่เค้าเรียนสายศิลปจึงไม่มีโอกาส เรียนกวดวิชาซึ่งเป็นสายวิทย์ เพื่อผมชื่อ กฤษชัย ตันหลงขจร (ทอป) เราอยู่ ราชบุรี ด้วยกัน รร เบญด้วยกัน มานาน คอสที่หอครูวรรณ จะเปิด ตนเดือนหลังจากพวกเตรียมทหาร เข้า โรงเรียนแล้ว | |||
| และแล้ว ผมก็ตัดสินใจ ที่จะไปเรียนที่นคร สวรรค์ ด้วยที่แห่งใหม่ด้วยใจมุ่งมั่น อย่างเกินร้อย แม้ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ผมอยากลองเพราะว่า ปีนี้เป็นปีสุดท้ายมิเช่นนั้นอายุผมจะเกิน กำหนด ที่เค้าจะรับคนเพื่อสอบเข้าเตรียมทหาร ความลับที่ขมขื่น โดยผมเองได้ปิดเป็นความลับ ระหว่างแม่กับผมเพียงสองคน ถ้าไปบอกเตี่ย เค้าคงไม่ให้ไปแน่เตี่ยได้ ทำตัวเงียบๆ เลิกหวังกับการสอบเข้านายร้อยของผม คงคิดว่าพอกันที่ เมื่อสอบไม่ติดก็อย่าไปหวังเลยดีกว่า เพราะเตียเป็นคนกว้างขวางรู้จักคนเยอะ แกไปคุยไว้เยอะว่าลูกไปติวเข้านายร้อย หมดไปหลาย หมื่น คงต้องสอบติดแน่ๆๆๆๆๆๆๆๆ ใครได้ฟังก็คิดเช่นนั้น แกต่หารุ้ไม่ว่าเมื่อผมสอบไม่ติดแล้ว สิ่งที่เคยคุยโต ไว้กลับไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใหน รสชาติเช่นนี้ ผมเข้าใจ ดี น้ำตาลูกชายได้ใหลไปแล้วเมื่อสอบไม่ติด |
|||
บทความอันหนึ่งที่ผมค้นพบเจอในสมัดบันทึกของผม หลังจากที่ ผมสอบไม่ติด ในปีแรก แม่ มาเขียนต่อ จากที่ผม เขียนบอกกับตัวเองว่า ผมสอบไม่ติด
|
|||
![]() |
|||
| ในช่วงนั้น ผมชอบฟังเพลง รอยยิ้มนักสู้ ของ เสกโล โซ และก็เพลง ผู้ชนะ ถ้าใครได้ฟังและคิดตาม จะต้องรู้สึกแบบผม ดังนั้นเรื่องของความลับนี้ จึงเป็นความลับที่อึดอัดตลอดเวลาที่ ผิดเตี่ยมาตลอด ในช่วงแรกๆ หลังจากสงกรานไม่นาน ก็ไกล้จ ะเปิดเทอมของ นักเรียนธรรมดา อย่างเรา ๆ ผมเอง เมื่อตัดสินใจที่จะดรอปแล้ว จึงได้ขอเงินเตี่ยและบอกว่าจะไปเรียนต่อที่ กรุงเทพ ม 5 ต่อ และเตี่ยคงไม่คิดอะไร คงคิดว่ามเรียนต่อ ม5 แต่แล้ว ผมก็ นัดแนะกับแม่และมุ่งหน้าเอาข้าวของเพียงกระเป๋าใบเดียวสู่ จ.นครสวรรค์ เพื่อไปรายงานตัวขอเข้าเรียนที่หอครูวรรณตามที่ใจได้ประสงค์ไว้แล้ว เรื่องเงินละทำยังไงดี ขอเตี่ยก็ไม่ได้ แม่ ของผมจึงตัดสินใจ ขายสร้อยคอที่ใส่อยู่ และทรัพย์สิน นาฬิกาข้อมือ พอได้เงินมา สองหมื่นกว่า บาท และเงินในบัญชี มาครบ สี่หมื่นพอดี ต้องเข้าใจว่าในตอนนั้น จะไปบอกใครไม่ได้เป็นอันขาดวันที่ แม่ไปส่งผม ผมถึงกับน้ำตาใหล (ผมพิมพ์ไปเห็นแม่สาส่งเราถึงขนาดนี้ถ้าเราไม่ตั้งใจเรียนให้สมกับเงินที่แม่หามาให้ด้วยความยากลำบากอย่างนี้แล้ว เราจะยังมีหน้าเกิดเป็นคนอีกหรือ (ผมพิมพ์ไปน้ำตาก็ซึมออกมา เมื่อนึกถึงวันเก่าๆ ที่ฟันฝ่ามาได้) |
|||
|
|||
ด้วยความขมขื่น และเจ็บปวด ในปีสุดท้ายนี้ ข้าขออุทิศหยาดเหงือแรงใจและแรงกาย |
|||
เพื่อความฝัน ของข้าฯและพ่อแม่ของข้า |
|||
ข้าฯตั้งจิตตั้งใจ จะตั้งหน้าตั้งตาเรียนไม่ขอยอมแพ้ ตลอดทั้งปีในอีกหนึ่งปีข้างหน้านี้ |
|||
ขอพรแม่ของข้าฯโปรดดลบันดาลให้ข้าฯมีใจที่จะศึกษาเราเรียน |
|||
ในปีสุดท้าย........นี้ ข้าฯขอสัญญา |
|||
แม่ของผมไปส่งผมที่นครสวรรค์ และขากลับแม่ไปทำเรื่องดรอปที่ รร เห่าของผม ที่ รร วัดมกุฏกษัตริย์ เมื่อแม่ไปถึงไปขอยื่นเรื่องขอดรอปเรียน
ตอนนี้ผมมาอยู่ที่หอครูวรรณ ผมได้พัก อาคารชั้นสี่ บนสุดกับเพื่อนๆ ตามยะถากรรมเดียวกัน คือ ดรอปเรียน กว่าห้าสิบกว่าชีวิต ที่ได้ดรอปเรียนมา ตั้งแต่เวลา 09.00 น ถึงเวลา 12.00 น
บางคนอ่านตรงนี้แล้วอาจจะดูไปแล้วว่า เวอร์หรือป่าว เรียนหนักขนาดนี้ หนักไปรึป่าว แต่ทำจิงๆๆนะ ดรอปเรียนเวลามันเยอะ เหลือเฟือ หลักจิตวิทยาของครูวรรณ บอกไว้ว่า ถ้าพวกมึงคิดจะเป็นคนเหนือคนมึงต้องอดทนเหนือธรรมดา หมายถึง ถ้าพวกคนโง่ๆๆอย่างพวกมึง อยากจะเอาชนะไอ้พวกเก่งๆได้มึง ถ้าจะเปรียบกับการ เล่นเกม ra 2 เหมือนกับว่าเรารู้ว่าฝ่ายตรงข้ามมีรถอะไรบ้างรถถงกี่คน มีฐานทัพที่ใดเล่นเก่งแค่ใน เป็นตนควรที่จะเอาอะไร
#อีกอย่าง คือ บรรยากาศในตอนกลางคืนหน้าอ่านหนังสือกว่าตอนกลางวัน ....อันนี้ของจริง การสอนดำเนินไป ครูวรรณเริ่มสอนแนวจิตวิทยา ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เด็กที่มาเรียนที่นี่ทุกคน เกรดไม่ถึง 2.0 เป็นไปได้ไงขนาดนั้น ได้สอนไว้ว่า ที่พวกมึงเคยเรียนมา ลืมไปซะ เราจะมาเริ่มใหม่ทั้งหมด ไอ้พวกเก่งๆที่มันหัวดีๆ ไม่โง่เหมือนพวกมึงมันสอบไม่ติดเพราะมัน และที่สำคัญคือแกจะเน้น อังกฤษก่อนนอน ทุกวัน ..เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาเก็บทีหลัง โดยวิชาภาษาอังกฤษต้องยอมรับว่า บางคนถึงกับไม่เอาเลยทีเดียว แต่แล้ว มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด ยิ่งสมัยนี้เป็นวิชาสำคัญในการสอบเลยทีเดียว... เหตุผลง่าย ..เพราะมันไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่เรา
เวลาผ่านไป 3 เดือน เด็กในค่ายนี้ทุกคนดูแกร่งขึ้นเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการ ทำโจทย์ทุกวัน รวมๆแล้ว ก็หลายๆพันข้ออยู่หลายๆสิบรอบ จนเกิดความ สามารถ ด้านการทำข้อสอบ แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ชำนาญ สามารถทำข้อสอบข้อนั้นได้ดี เชี่ยวชาญ สามารถทำข้อสอบนั้นได้ดีและเร็ว ช่ำชอง สามารถทำข้อสอบนั้นได้ทุกข้อ เร็วมาก โชกโชน มองตอบ การทำโจทย์เป็นเช่นนั้นจริงๆ แรกๆที่ทำเหมือนกับว่า ทำไมต้องมาทำซ้ำทำซ้อนอยู่เรื่อย ผมก็เซ็งแต่เมื่อมีการทดสอบครังสุดท้าย ก่อนที่จะเข้าสุ่การ เรียนวิทยาศาสตร์คือ รู้สึกว่าข้อสอบที่เคยว่ายากเมื่อสมัยก่อน แม่ง ง่ายชิบ........ ระบบเปอร์เซนต์คณิตคือ เราต้องเร็ว คิดให้ไว โดยตอนท้ายของการสอนแกจะจับเวลาเป็นว่าเล่น อ่าว ....50 ข้อ ห้าสิบนาที ลดลงมาเรื่อยๆจนเหลือ สามสิบนาที (ข้อเน้นย้ำ อย่างมากคือ ห้ามดูเฉลย คนดูเฉลยคือไอพวกยอมแพ้ง่ายๆ)
หลักสูตร วิชาวิทยาศาสตร์ และภาษาไทย หลังจากสอบเสร็จ ครูวรรณก็ให้พักหนึ่งวัน พวกผมเลยถือโอกาศไปเดินเล่นที่ตลาด ในเมือง ไม่ไกลมาก รู่สึกผ่อนคลายเหมือนกัน และวันนั้นเอง สิ้งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น แม่กับเตี่ย และแปะ มารออยู่ที่ บริเวณบ้านพัก ของหอครูวรรณ ผม ละทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าพวกแกมาได้ไง แต่ ผมก็ดีใจที่เตียมา เยี่ยมผม ซึ่งนับไปตอนนี้ก็สามเดือนกว่าแล้วที่ ผมมาเรียนที่นี่ ....และเตียก็พาไปกินข้าวในเมือง ตอนเย็นๆก็มาส่ง คำๆเดียวได้ยินจากปากแกก่อนที่แกจะกลับไป ..........ตั้งใจเรียน นะลูก มันเหมือนกับเป็น ประกายว่า นี่คือโอกาศสุดท้ายแล้วที่ผม จะได้ทำหน้าที่ ผม อยากจะทำคือ สอบเข้า โรงเรียนเตรียมทหารนี้ให้ได้ เราต้องทำให้ได้ ผม กลับเข้ามาเตรียมตัวและทำโจทย์ไปพลางๆ เขียนบันทึกเรื่องราว อันน่าภาคภูมิใจนี้ ไว้ในไดอารี่ พร้อมกับหยดน้ำตา ของลูกผุ้ชายคนหนึ่งว่า เราจะทำให้ได้ เราจะต้องอดทน ต่อไป เราจะไม่เล่นเกม ไม่หนีเที่ยว ไม่ไปใหนทั้งสิ้น เพื่อความฝันสิ่งนี้ ...... วิชาวิทยาสาตร์และภาษาไทย ครูวรรณได้แบ่ง การสอน ออกเป็นภาคทฤษฏีและการคำนวณ วันนั้นแกพาผมไปขนหนังสือจากอีกบ้านมา ไว้กับตัวเอง เมื่อเข้าไปโอ้พระเจ้าช่วย หนังสือเยอะมากๆๆ ยังกับร้านหนังสือ เลยที เดียว เอาไปเอาคนละชุด โหผมรีบเข้าไปไม่อยากเชื่อว่านี่คือหนังสือทั่วประเทศ ที่ครูวรรณได้รวบรวม มาและได้สอนรุ่นพี่ของผมติดไปหลายสิบคนแล้ว ผมได้ขนออกมาในส่วนของผม นับได้เฉพาะวิชา วิทยาศาสตร์อย่างเดียว 18 เล่ม ไม่เชื่อใช่มั้ย แต่มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ผมขนออกมาและมาวางข้างๆโต๊ะที่ผมนั้งเรียน หลักการง่ายของวิชาวิทยาศาสตร์ ที่แบ่งออกเป็น เคมี กับ ฟิสิกส์ และ วิทยาศาสตร์ ม ต้น ซึ่งแกบอกว่าให้ เลือกเอาวิชาที่ชอบและ อ่านทฤษฏีก่อน และแล้วก็มาถึงบทพิสูจน์ การสอบช้างเผือก ...ซึ่งเป็นสนามสอบของโรงเรียนนายเรืออากาศ เป็นโครงการที่ทดสอบความรู้ความสามารถ ก่อนที่จะสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารจริง พวกผมที่หอครูวรรร ทุก คนไปสอบช้างเผือก กันครับ บรรยากาศตื้นเต้นมาก ปีที่แล้ว ผมได้ คะแนน 248 คะแนน จาก 700 คะแนน ซึ่งไม่ถึงเกณหมายความว่าจะสอบไม่ติดครับ โอกาศสอบไม่ติด เตรียมทหาร มี สูงมาก แต่แล้วปีนี้ จากการที่ผมได้ มาเรียนที่หอครูวรรณ ผมก็หวั่น ๆ อยู่เหมือนกันว่าจะทำได้รึป่าวเลยไปสอบดู และแล้วออกมาก็มีความรู้สึกว่า ไม่มั้นใจเหมือนสอบที่หอ แต่ก็มีข้อที่เราทำไม้ได้ เราต้องกลับไปฝึกใหม่ .....ยังๆๆๆรู้สึกเจ็บใจ
ไม่นานมา คะแนนออกแล้ว ผม ได้ 480 คะแนน จาก 700 คะแนน
รู้สึกดีใจมาก ทุกวิชาเป็นไปตามคาด เหมือนกับว่าเราพัฒนา ไปมากแบบ สุดตรีน เลยทีเดียว แต่ยังมีบางเรื่องที่เป็นช่องโหว่กัน คะแนนของเพื่อนในหอก็ไม่ทิ่งกันมาก ส่วนใหญ่ก็ได้ สี่ร้อยกว่าทั้งนั้น มีประปราย ที ่ได้ สองร้อยสามร้อย นั้นคือพวกที่ไม่เอา หนีเที่ยวติดหญิง อะไรประมาณ นี้ ซึ่งมีทุกที่อยู่แล้ว ทุกที่กวดวิชา อยู่ที่ว่าเราจะควบคุมตัวเองได้รึป่าว มาถึงจุดนี้แล้วผมพร้อมที่จะสอบ ในระดับหนึ่ง เหลือปะ ที่ ยัง รั่วอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าผ่านมาแค่ 7 เดือน กับการสอนที่ถูกวิธี รู้สึกไม่เสียแรงที่มาอยุ่ที่นี้เพราะเราได้อะไรจากที่นี่เยอะมากๆ เพื่อนๆ ที่ รู้สึกได้เลยว่าเราคือครอบครัวเดียวกับมัน ขนาดที่ว่ายืมเสื้อผ้าใส่กันบางครั้ง กกน ก็มี ร้องเท้าไม่ต้องพูดถึง ทุกช่วงเวลาที่มีการปล่อยพัก ผทซึ่งออกคนสุดท้ายเสมอมักจะไม่มีรองเท้าใส่ เพราะร้องเท้าจะถูกคนที่ออกแรกๆ แย่งไปหมด บางครั้งก็เดิน ตีนเปล่า ไปเซเว่น ไปกินข้าวอยู่เหมือนกัน ดูแลตลกดี แต่พวกเราก็ไม่โกรธกัน เราเหมือนครอบครัวเดียวกัน และที่ สำคัญคือ ที่หอนี้ไม่มีของหาย เลยซักครั้ง เพราะ เรามีป๋าคอยดูแลอยู่ทุกวัน บางวัน เครียดๆผมแอบหนีไปเที่ยว(ไปเล่นเกม) กับพวกไออ้วน ไอเฟียต และกลับมาดึกๆก็มักจะโดนป๋า(สามีครูวรรณ) ซัดเอาด้วยท่อแอร์ เพี๊ยะ ๆๆ ไอพวกที่นอนอยู่ก็ตลกกันใหญ่เหมือนเรื่องสนุกที่ผมได้ผ่านมา ณ จุดนั้น สนุกมากๆๆขอบอก.....
เวลาผ่านไป และแล้วไม่นานในช่วงหลังปีใหม่ ครับ .................ทางหอเรามีกิจกรรมใหม่คือ ให้พวกเราไปออกกำลังกายครับจากที่ไม่เคยออกกำลังกายมาเลยตลอดปี ไม่เคยเลย แม้แต่ครั้งเดียว จริง เราก็ได้ ออกกำลังกายกันเป็นครั้งแรกเหมือนร่างกายมันเกร็งไปหมดขาสั่น จากที่เราได้แต่เรียนอย่างเดียว นั่งทำข้อสอบจนรากงอกเลย พอมาออกกำลังกายรู้สึกว่า มันก็ดีเหมือนกัน ร่างกายรู้สึกว่าได้ขับพิษ ร้ายออกจากตัวเองจนหมดสิ้น ป๋าพาเราวิ่งขึ้นเขา อีโกรก และแกก็ขี่มอเตอร์ไซด์ตาม ไป เพราะแกวิ่งไม่ใหว
พอมาตอนกลางคืนก็เรียนตามปกติเหมือนเช่นเดิม แต่คราวนี้ ครูวรรณ บอกว่า นี่คือกลยุทธ เราไม่ต้องออกกำลังกายหรอกขอให้สอบผ่าน อ่าวทำโจทย์ ทำจนจะอวกอยู่แล้วแต่ช่วงหลังๆนี้หลังจากจบคอส วิทย์กับไทย มา ก็มาสู้ช่วงข้อสอบ ทั่วประเทศ ที่เป็นการรวมมิตรข้อสอบต่างๆมากมาย ทุกวิชาเข้าด้วยกัน และจัด สภาพอากาศจำลอง เหมือนสอบจริงทุกอย่างทำอย่างนี้เกือบทุกวันวันละ สามรอบ คิดดูเอา ช่วงสุดท้ายทำข้อสอบเฉลี่ย วันละ500 ข้อ โดยประมาณ โดยครูวรรณ จะเอาข้อสอบมามิกกัน สรรหามาจาก ที่ใหนไม่รุ้ ไม่ว่าจะข้อสอบ 10 ปีเตรียมทหาร จปร ข้อสอบเก่า ข้อสอบ เตรียมอุดม ข้อสอบ สสวท ข้อสอบโอลิมปิก ฯลฯ มากมยเหลือเกิน จนกระทั้ง มาถึงการสอบของจริงนั้นคือ การสอบ จ่าอากาศครับ
วันสอบจ่าอากาศครับ คนสอบเต็มเลยหลายพัน คนเลยทีเดียว ข้อสอบจ่าอากาศ บอกได้เลยว่ายากโครต ยากมาก ยากทุกวิชา ขนาดผมว่ายาก น้องๆที่มาสอบพร้อมกับผมไม่ต้องพูดถึง โหหอผมยกทีมกันมาสอบครับ บอกว่ายากทุกคน แล้วไอพวกคนอื่นๆละที่มาสอบจะเป็นอย่างไร
ประกาศผล จ่าอากาศ ครับ วันนั้นเป็นวันที่ผมดีใจมากวันหนึ่งเหมือนกำลังใจ ผมสอบติดจ่าอากาศ ที่ 3 ครับ พร้อมกับเพื่อน ที่หอครูวรรณ สอบติดจ่าอากาศทั้งหอครับ สอบติดทั้งหอ.สุดๆๆจิงๆหวะ ถ้าสอบติดทั้งหอคง ฉลองกันตายหวะ...สุดๆ วันนั้นจึงโทรไปบอกแม่ว่าสอบติดจ่า อากาศแม่และเตี่ยดีใจมาก.....เหมือนกับว่าเป็นแรงใจ ที่จะทำให้ผม มีกำลังใจในการทำข้อสบอเตรียมทหาร
อีกเดือนต่อมา การสอบเตรียมทหารไกล้เข้า มาครับ หลายๆโรงเรียนก็ปิดเทอมกัน แต่พวกผมทุกคน รอช่วงเวลานี้ มาเป็นแรมปี กว่าจะมาถึงวันนี้ รอวันที่จะได้ทำข้อสอบอย่างเต็มที่ ในเดือนสุดท้ายนี้ เด็กหนุ่ม ส่วนใหญ่ จะเข้าคอสเรียนกวดวิชากันทั่วประเทศ กันตามค่ายต่าง แต่พวกผม กลับ ไปเกินทางเที่ยวตามที่ต่างๆไม่เรียนแม่งแล้ว เราแน่นพอแล้ว เรียนไปก็เดิม ๆบางทีผมก็ไป ค่ายกวดวิชาที่เพื่อน อยู่และไปลองข้อสอบดู รู้มั้ยครับเป็นไง ข้อสอบที่เพื่อนผทติวกับสถาบันกวดวิชาต่าง เหมือนกับข้อสอบที่ครูวรรณ ได้เคี่ยวเข็ญให้พวกผมทำกันมาตลอดปีอย่าง โชกโชน (มองตอบ)ได้เลยบางข้อนะ เพราะมันเคยทำมาแล้ว เหมือนกับว่าเที่ยวบินมันต่างกัน ความชำนาญมันต่างกัน อย่าไงอย่างนั้น
และแล้วก็มาถึงวันสอบเข้าเตรียมทหารของทั้งสี่เหล่า ในทุกๆเหล่าผมก้าวมาพร้อมกับความมั่นใจที่พกมา กับดินสอ 2b 2 ด้าม ปากกาลอตติ้ง และยางลบ ก้าวไปพร้อมที่จะระเบิดมันแล้ว และวันไปสอบนั้นเองได้พบเจอเพื่อนสมัยก่อนที่เคยอยู่ กทม ก็ดีใจครับ ผมโดนแซวเหมือนเดิมว่าหาว่าเบอย่างโน้นอย่างนี้ซุ่มเงี่ยบ อย่างนั้น ผมรู้สึกดีมาก น่าจะติดซักเหล่าน่า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เมื่อสอบเสร็จ ก็ลงมาเพื่อนๆเก่าที่กทม คุยเบทับกันใหญ่ ว่าข้อนี้ถูกทำได้ ผมคงจะตอบเพื่อนเหล่านั้นได้คำเดียวคือ (แม่งทำไม่ค่อยได้หวะ)(ที่ทำไม่ได้อะ สองข้อนะ) แอบยิ้มในใจ ว่าน่าจะติดซักเหล่าหน่า สอบสี่เหล่าผ่านไป เหล่ายากที่สุดคงเป็นทหารอากาศ มั้ง เพราะมันยากมาก เค้าว่ากันนะ แต่ผมว่าผมทำได้ นะ ไม่น่าผิดเกิน สี่ข้อ เหมือนที่เคยเรียนที่หอครูวรรณอย่างไรอย่างนั้นเหมือนกับว่า ได้ฝึกฝนมาดี ไม่รู้สึก ตื่นเต้นอะไรเลย ปกติสถาวะหวาดกลัวไม่มี การเกรงคู่ต่อสู้ไม่มี รู้สึกดีมากๆเมื่อได้ทำข้อสอบแบบนิ่มๆๆ
ประกาศผลแล้ว ครับ วันนี้ผมได้รับ โทรศัพย์จาก ไออ้วน อมร เทพฯ โทรมากบอกว่าผมสอบติดตำรวจ ครูวรรณให้ไปที่นครสวรรค์ด่วน ขณะนั้น ผม โหนรถเมลย์อยู่ และรีบลงจากรถเมย์วิ่งกลับบ้าน และกระโดดอย่างดีใจสุดชีวิต .......................แม่............แม่ ผมสอบติดแล้ว ผมสอบติดรอบแรกตำรวจแล้วแม่ แม่ก็ดีใจกับผมพร้อมกับน้ำตาที่ใหลออกมา อย่างสุดซึ้งผมและแม่กอดกัน เกลียว สิ่งที่ผม ทำมาทั้งปี ไม่เสียเปล่า และรีบไปบอกเตียซึ่งนั้งอยู่หน้าบ้าน เตี่ยผมสอบติดแล้ว เตี่ยก็อึ่งไป ไม่ได้พูดอะไร และรุ่งขึ้น จึงมุ่งหน้าไปนครสวรรค์ ไปยังหอครูวรรณที่ผมเคยอยู่ มา กว่าหนึ่งปี ได้รับทราบจากวงในว่าสอบติดภาควิชาการ 25 คน จาก ทั้งหอ 50 คน ที่ บางคนความรู้ยังไม่ถึงพอ ต้องเสียใจไปและแล้วครูวรรณก็ให้มาเตรียรอบสองไว้ ทั้งพละสัมภาษ และการตรวจร่างกาย และผมก็กลับบ้าน ไปเตรียมตัวหลังจากได้รับทราบจากครูวรรณ
13 เมษายน 2545 คืนนี้จะมีการประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการ ทาง อินเตอร์เนตและโทรศัพท์ ตอนนี้ เน็ตเล่นไม่ได้ ได้แต่ โทรศัพย์ ผม ลองโทรไปถาม สามเหล่าที่เหลือ โทรศัพย์ 1900 ตอบรับ กลับบอกว่าแสดงความเสียใจด้วย คะ ทั้งสามเหล่าทัพ โดยเฉพาะทหารอากาศผมงงมาก มันไม่ติดได้ไงวะ เพราะ ถ้าทหารอากาศไม่ติด เหล่าอื่นไม่ต้องติดหรอกผมบอกกับแม่เช่นนั้นเพราะผมมั่นใจ เพราะทหารอากาศจริงๆแล้วเป็นข้อสอบยากมากๆ นั้นเหละหวานผม ผมว่าผมผิดไม่เกิน 2 ข้อ ในวิชาคณิตและเคมี มันจะไม่ติดๆได้ไงวะ คืนนี้เลยใจสั้นๆ ติดเหล่าตำรวจเหล่าเดียว .... |
|||
![]() |
|||
| บัตรสอบสภาพสบักสบอม จากการสอบ รอบสอง ที่ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน | |||
![]() |
|||
![]() |
|||
![]() |
|||
![]() |
|||
![]() |
|||
นี่ละครับ ประกาศผลสอบแล้ว ดีใจสุดๆๆ ที่ทำสำเร็จแล้ว วันรุ่งขึ้นผมเลยไป รายงานตัวที่โรงเรียนนายเรืออากาศ ดอนเมือง รายงานตัวทั้ง 4 เหล่าเลยครับ แล้วค่อยคิดอีกทีว่า จะเอาเหล่าใหน ดี เอาเหล่าใหนดีหว่า แต่อยากได้ ตำรวจหวะ ดันสอบติดหลายเหล่า เครียดอีกละ จะนอนหลับมั้ย ในคืนนั้นได้รับทราบจากเพื่อนว่าคะแนนตำรวจไม่ดีมากมีโอกาศหลุด แต่ถ้าไปเหล่า ทหารอากาศได้เรียนแน่ เราเองก็ลัง เลยเลย เลยบอกแม่ว่าส่งสัยต้องไปทหารอากาศแล้วละแม่กลัวหลุด พอรุ่งเช้า บอกเตียไปว่าจะไปทหารอากาศ ตอนเช้านี้เตี่ยเลยงอนไปเลย เตี่ยบอกว่า ถ้าไปทหารอากาศ ขอนอนรออยู่บ้านดีกว่า (เพราะเหมือนกับว่าแถวบ้านผม เหล่าตำรวจเท่านั้นที่เค้าจะดูยิ่งใหญ่ แบบว่าเท่สุดๆเหล่าอื่นเป็นไปก็เท่านั้น ต้องเข้าใจว่าคนบ้านนอกเค้าคิดอย่างนี้) เตียเลยขึ้นรถเมื่อเห็นผมเอาทหารอกาศแน่และนอนหลับไปตลอดทางด้วยอาการซึมเศร้า อย่างแรง เพราะแกอยากได้ตำรวจ มาก....เพราะแกผิดหวังกับ อาเจ็กผม ที่เมื่อตอนหนุ่ม เตียเคยส่งเจ็กเรียนแต่เจ็กดันไปติดหญิง เตียเลยเหลือความหวังกับผมเป็นสิ่งสุดท้ายของแกแล้ว ตลอดทางของการเดินทางผมคิดเสมอว่า จะเอาหเหล่าใหนดีเพราะลึกๆก็กลัวพลาด จึงชั่งใจ ว่า แม่เลี้ยวไป รร นายร้อยตำรวจสามพรานเลย ให้ สวรรค์ ได้รับรู้ว่า ชาตินี้ ผมคนนี้เกิดมาเพื่อเป็นตำรวจ เท่านั้นคะแนนไม่ดีชั่งมั้น วัดดวงกันไป ระหว่างทางเตี่ยได้นอนหลับแบบ ไม่รู้ตัว เมื่อตื่นอีกทีกลับเป็น รร นายร้อยตำรวจสามพราน นับแต่วินาทีที่แกรู้ว่ามา เหล่าตำรวจ แก ยิ้มตลอดทางไม่หยุดเลย ผมพึ่งจะเห็นแกมีความสุขกที่ลูกสอบได้ตามที่หวังนี่ละ นี่ละน้าที่เค้าเรียกว่า สุข ของพ่อแม่ และผมก็มาสอบจิตวิทยาและภาวะวิสัย การตรวจโรค ตามแต่ละวันผ่านไปด้วยดี การตรวจโรคก็เหมือนที่ ได้ระบุไว้ในหนังสือ อย่างไงอย่างนั้นแก้ผ้าตรวจอย่างละเอียด เหมาะสมที่จะเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ จนมาถึงด่าน การ สอบประวัติ ด่านนี้ผมอยากภูมิใจเสนออย่างมากเพราะเค้าจะให้ จดหมายมายังโรงพัก ตามบ้านเกิดของเรา ซึ่ง คนที่โรงพักเคยรีดไถพ่อผมอยู่เกี่ยวกับการทำธุรกิจ รถเข็นดิน เป็นครํ้งแรกที่ผมเข้าไปโรงพักอย่างภาคภูมิใจ เพื่อเอาจดหมายไปให้ตรวจสอบประวัติ กับทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ว่าเรามีประวัติเสียหรือป่าว ข่าวว่าผมสอบติดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เร็วมากมันเหมือนกับ ความยิ่งใหญ่ในครอบครัวในวงตระกูลเลยทีเดียวเพราะผมเป็นคนแรกที่ สามารถสอบเข้า รร เตรียมทหารและนายร้อยตำรวจ ได้ ของประวัติศาสตร์พวกที่เคยดูถูกผม กับหน้าตาซีดเซียวไม่กล้าเจอกล้าพบหน้า
จนมาถึง สอบพละศึกษา ทั้ง 8 ด่าน |
|||
วันนี้เป็นวันสอบพละวันแรกประกอบด้วย ดันพื้น วิ่งเก็บของ วิง 1000 เมตร วิ่ง 50 เมตร กระโดดไกล ซึ่งแต่ละสถานีก็เป็นไปตามที่ ครูวรรณ คาดการไว้แล้วตามหลักทฤษฏี การสอบทั้งแปดด่านนั้นใช้เวลา สองวันโดยจุดเน้นที่ ด่าน ว่ายน้ำกับวิ่ง ว่ายน้ำตกไป 32 คน วิ่งตกไป หนึ่งคน ตอนนี้ คู่แข่งก็ค่อยๆโดน และแล้วผมก็ผ่านด่าน พละไปได้ไม่ยาก เพราะคนที่ตกส่วนมากคือว่ายน้ำ นอกนั้นไม่มีตก การสอบพละนั้น หลายคน คงฟิตกัน มาตั้งแต่ รอบแรก กว่าหลายๆหมื่น คน ที่มีหน่วยก้านดี เหมาะกับการเป็นนายร้อย การสอบรอบสุดท้าย สัมภาษ วันนี้ผมมาแต่เช้า มาถึงก็รายงานตัวและก็ถอดครึ่งตัวบนออก และเขาจะวัดขนาดโดยทั้วไป มันเป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นมากๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกและครั้ง สุดท้ายในชีวิตของผม การสัมภาษก็ไม่มีอะไร ให้รายงานตัวเสียงดังฟังชัด เค้าให้วิ่งก็วิ่ง เค้าให้หมอบก็หมอบ ก็ทำตามที่เค้าสั้ง ด่านนี้ ใครๆ เค้าก็บอกว่า คนตกเยอะ จิงป่าวหนอ จากนั้น ผมก็ได้ เดินทางกลับบ้าน จนกระทั้งวันแห่งวันไฝ่ฝันมาถึง ผลสอบประกาศที่ รร นายเรืออากาศเป็นรอบสุดท้ายครับ คือใครผ่านรอบนี้ไปได้ นั้น หมายความว่าคุณ คือ นักเรียนเตรียมทหาร เต็มตัว ครับ คงไม่ต้องเดานะครับ นาย วสันต์ เตียวตระกูล เลขประจำตัว 1200869 สอบได้ลำดับที่ 7 แม่ครับ เตี่ยครับ ผม สอบนายร้อยได้ แล้วครับ ..................... และผมก็กระโดดอย่างสะใจสุดๆ เหมือน ถูกหวยรางวัลที่ หนึ่ง สิบใบ ความชื่นบาน
ไม่น่าเชื่อก้ต้องเชื่อแทบไม่คาดสายตา แต่ไอเพื่อนอีกคน บอกว่าเราคะแนนไม่ดีแต่ทำไมได้ที่ 7 วะ จบ...
โปรดอ่าน ในการเรียนกวดวิชาปีแรก กับ การดรอป เรียน ปีที่ 2 ต่างกันลิบลับเลยครับ ต่างกันมากๆ การสอนและทุกๆอย่าง ถ้าผม เรียกนับครุวรรณตั้งแต่ปีแรกป่านนี้ติดไปแล้ว ....เรียนที่ กทม ไม่ค่อยได้อะไร สรุป ถ้าน้องคิดจะไปเรียนกวดวิชาเหมือนพี่ที่ กทม คอร์สตลอดปีไม่ขอแนะนำครับ น้องหาที่เรียนที่เค้าสอนเหมือนพี่เรียนดีกว่า เพราะ เรียนที่ใหนก็ได้ที่เค้าสอนด้วยใจ ไม่ใช่ธุรกิจ........สอนด้วยใจไม่ใช่ธุรกิจ
(จำไว้ ความโง่ ไม่ใช่ กรรมพันธ์ )
สิ่งที่พี่ได้ เล่ามาทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นความจริง ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของพี่ทั้งสิ้นไม่ได้ แต่งขึ้นแต่งอย่างใด เพียงอยากจะให้น้องๆ หรือผู้ปกครอง
เอาเป็นว่าขอให้น้องมีแรงใจที่จะสุ้นะแล้วพี่ เตียวคนนี้ จะคอยดูแลและช่วยเหลืออยู่ห่างๆ เว็บช่วยน้องกวดวิชาเข้า เตรียมทหาร เตรียมอุดม หรือที่ใหนก็ได้ตามปรารถนา เว็บใหม่มีอะรนั้นเกรินให้ก็ได้ เป็นเว็บใหม่ของพี่ เกี่ยวกับตัวพี่เอง เหละ ที่อยากจะช่วยน้องๆ ที่ขาดโอกาศอย่างมากๆ ในการสอบเข้าที่ต่างๆ |
|||
|